full screen background image

กมธ.เทคโนโลยีฯ จัดสัมมนาเรื่อง ทิศทางการกํากับดูแลอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ของไทย “เสรีภาพ ความรับผิดชอบ และการคุ้มครองประชาชน” เพื่อสร้างระบบนิเวศสื่อดิจิทัลที่ปลอดภัยและโปร่งใส

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ดร.วีรวัฒน์ เพ็งช่วย อาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชนและนวัตกรรมการสื่อสาร ได้เข้าร่วมสัมนาเรื่อง ทิศทางการกํากับดูแลอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ของไทย “เสรีภาพ ความรับผิดชอบ และการคุ้มครองประชาชน” โดยมี นายสุทนต์ กล้าการขาย รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม กล่าวเปิดงาน นายสุพัตรชัย เตียวเจริญโสภา เลขาธิการคณะอนุกรรมาธิการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Content Creator) สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย หรือสมาคมวิชาชีพ และประชาชนเข้าร่วมสัมมนา ณ ห้องจัดประชุมสัมมนา B1–2 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา

ในการนี้นายสุทนต์ กล้าการขาย รองประธาน กมธ.เทคโนโลยีฯ กล่าวว่า ปัจจุบันศูนย์กลางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้ส่งต่อไปยังคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการสร้างค่านิยมใหม่ ๆ ต่อสังคม การเปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์สร้างสรรค์ผลงานและประกอบอาชีพได้อย่างเสรีควบคู่ไปกับการสร้างความรับผิดชอบและความโปร่งใส ขณะเดียวกันเมื่อการสื่อสารนั้นมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในวงกว้าง ผู้ที่เกี่ยวข้องย่อมต้องมีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ การกำกับดูแลในยุคดิจิทัลไม่ควรเป็นภาระของอินฟลูเอนเซอร์หรือผู้สร้างเนื้อหาเพียงฝ่ายเดียว เพราะระบบนิเวศสื่อดิจิทัลประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน ทั้งผู้ว่าจ้าง เจ้าของสินค้า ผู้ประกอบธุรกิจ เอเจนซี่โฆษณา ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย องค์กรวิชาชีพ ภาคประชาชน และผู้บริโภค ทุกฝ่ายจึงควรมีส่วนร่วมในการสร้างระบบที่โปร่งใส ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามพลังการสื่อสารดังกล่าว มาพร้อมกับความท้าทายหลายประการ เช่น การโฆษณาแฝง การรีวิวสินค้าเกินจริง การให้ข้อมูลสุขภาพ การเงินและการลงทุนที่ไม่ถูกต้อง ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่นปัญญาประดิษฐ์หรือ AI สร้างเนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุที่ยังขาดทักษะในการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล สิ่งสำคัญคือการออกแบบระบบกำกับดูแลอย่างไรให้เกิดความสมดุลระหว่าง “เสรีภาพ ความรับผิดชอบ และการคุ้มครองประชาชน” ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือได้รับความเสียหาย และสามารถคุ้มครองประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับภายในงานสัมมนาฯ มีการบรรยายและอภิปรายในประเด็นต่างๆ เพื่อเปิดเวทีให้ทุกภาคส่วนได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อาทิ การบรรยายเรื่อง“อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) กับภูมิทัศน์สื่อดิจิทัลไทย: จากพลังการสื่อสารสู่ความรับผิดชอบต่อสังคม” การอภิปราย เรื่อง“ทิศทางการกํากับดูแลอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ของไทย “เสรีภาพ ความรับผิดชอบ และการคุ้มครองประชาชน” การบังคับใช้กฎหมายและการกำหนดมาตรการกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนบทบาทและการปรับตัวของอินฟลูเอนเซอร์ในยุคปัจจุบัน โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Content Creator) เข้าร่วมอภิปราย

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะนำข้อมูลข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาศึกษา เรื่อง มาตรการกำกับดูแลจริยธรรมของอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) และสามารถนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย แนวทางเชิงกฎหมาย มาตรการกำกับดูแลที่มีความทันสมัยได้สัดส่วนระหว่างความเสี่ยงและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการทางกฎหมายในการพัฒนาระบบนิเวศสื่อดิจิทัลของประเทศไทยต่อไป

#IDT

#คณะอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี

#ทิศทางการกํากับดูแลอินฟลูเอนเซอร์ของไทย

#อินฟลูเอนเซอร์ #Influencer




ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *